การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
ผู้แต่ง : อชิระ เมธารัชตกุล
1 ความเป็นมา/หลักการและเหตุผล
          คลังสินค้าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญของระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งสินค้าที่เก็บไว้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ วัตถุดิบ และสินค้าสำเร็จรูป ปัญหาที่เกิดขึ้นในการตรวจนับความไม่แม่นยำของสต็อก สินค้าคงคลังจริงไม่ตรงกับระบบ ทำให้สินค้าขาดมือ (Stock Out) และสินค้าเกินระบบ ทำให้เกินMaximum Stock ที่กำหนดไว้ทำให้พื้นที่ไม่เพียงพอต่อการจัดเก็บ สินค้าและวัตถุดิบ เป็นเหตุให้สินค้าไม่เพียงพอที่จะขายให้แก่ลูกค้าส่งผลที่ไม่ดีต่อธุรกิจ หรือสินค้าเกินความต้องการของลูกค้าทำให้ บริษัทต้องแบกรับต้นทุนของสินค้าคงคลังที่มากขึ้น บริษัทกรณีศึกษาพบปัญหาที่เกิดขึ้น 1.ข้อมูลสินค้าคงคลังในระบบไม่ตรงกับยอดตรวจนับจริง 2. ไม่สามารถหยิบสินค้าคงคลังตามระบบ (FIFO) ส่งผลต่อคุณภาพและการล้าสมัยของสินค้าคงคลัง 3. ใช้เวลานานในการหยิบสินค้า
2 วัตถุประสงค์
            1. เพื่อศึกษาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพความแม่นยาของข้อมูลสินค้าคงคลัง
2. เพื่อศึกษาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บในคลังสินค้า
3. เพื่อศึกษาวิธีการปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ
3 ขอบเขตของการศึกษา
            การศึกษานี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการคลังสินค้าประเภทชิ้นส่วนรถยนต์ของบริษัทหนึ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาการควบคุมสินค้าคงคลังและการบริหารจัดการคลังสินค้า ซึ่งการนาไปประยุกต์ใช้กับองค์กรอื่น ควรมีการพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยเพื่อป้องกันความผิดพลาด
4 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
             ปฏิบัติการคลังสินค้า (Warehouse Operations) มีขั้นตอนและรายละเอียดมาก งานส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านการยกขน การจัดเก็บและหยิบสินค้าตามใบสั่งซื้อ
             แนวคิดเกี่ยวกับระบบเอบีซี (ABC Analysis) การควบคุมของคงคลังควรพิจารณาถึงความเหมาะสมของของคงคลังแต่ละประเภท โดยแบ่งออกเป็นประเภทที่มีความสำคัญมากและน้อยรองลงไปตามลำดับ
               แนวคิดระบบการจัดเก็บสินค้า แบ่งได้ 4 แบบ ได้แก่ 1. ระบบการจัดเก็บแบบสุ่ม 2. ระบบการจัดเก็บแบบกำหนดตำแหน่ง 3. ระบบการจัดเก็บแบบกำหนดพื้นที่ และ 4. ระบบการจัดเก็บแบบแบ่งเขตพื้นที่
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
               ชวัลกร สัตยาชัย (2549) ได้ทำการศึกษาการจัดการวัตถุดิบประเภทไม้ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบ ABC Analysis การพยากรณ์ความต้องการปริมาณการใช้วัตถุดิบประเภทไม้และ การควบคุมวัตถุดิบคงคลัง
               ประเสริฐ ลาดสุวรรณ (2549) ได้ทำการศึกษาแนวคิดระบบการจัดเก็บมาใช้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บในการลดระยะทางในการเคลื่อนย้ายสินค้า โดยได้ใช้ระบบการจัดเก็บแบบแบ่งกลุ่มสินค้า ABC Classification Storage Location Policy/ ABC CSLP
               ทิพย์วัลย์ เอี่ยมปิยะกุล (2551) ได้ศึกษาการดำเนินงานของธุรกิจให้บริการซ่อมอุปกรณ์เทคโนโลยีหลังการขาย จากการศึกษาดำเนินการขาดแคลนอะไหล่สำหรับงานซ่อมของลูกค้า มีอะไหล่คงคลังสูง การจัดวางไม่เหมาะสม การบวนการเบิกจ่ายใช้เวลานานและผิดพลาดสูง และได้ปรังปรุงจานวนรายการอะไหล่ จัดความสำคัญอะไหล่ด้วยวิธี ABC
5 วิธีการ/ขั้นตอนการวิจัย
            ศึกษาความเป็นมาของปัญหาในปัจจุบัน > กาหนดวิธีการวิจัย > เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย > เก็บรวบรวมข้อมูล > วิเคราะห์ข้อมูล > สรุปและเสนอแนะ
6 ผลการวิจัย
            ตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการดาเนินงานก่อน - หลังการปรับปรุงระบบจะพิจารณา 3 ด้าน
1. ด้านคุณภาพ (Quality) อัตราส่วนความผิดพลาดในการตรวจนับสินค้าคงคลังลดลง 28.01% และ เวลาเฉลี่ยของขั้นตอนการเบิกจ่ายชิ้นส่วนลดลงเฉลี่ย 6 นาทีต่อ 1 ใบเบิก
2. ด้านต้นทุน (Cost) ต้นทุนสินค้าล้าสมัยลดลง 1.30%
3. ด้านบริการ (Customer Service) การส่งมอบลูกค้า (Delivery Performance) ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย จาก 90% เป็น 100%
7 ข้อจำกัดของกงานวิจัย/ข้อเสนอแนะ
            การศึกษาวิจัยนี้เป็นการเป็นการศึกษาเฉพาะบริษัทบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และประดับยนต์เท่านั้น ปัญหาด้านการจัดการคลังสินค้า ของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างออกไป เนื่องจากระบบการจัดการที่แตกต่าง

             ควรทำการศึกษาเพิ่มเติมเนื่องจากงานวิจัยนี้ทำเพียงคลังวัตถุดิบเท่านั้น , ควรนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการคลังสินค้า เช่น ระบบ Warehouse Management System (WMS) และระบบ RFID


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง