การจัดการคลังสินค้าบริษัท ไดก้า (ไทย) จำกัด
ผู้แต่ง : ลักขณา ชัยพัฒนานนท์
1 ความเป็นมา/หลักการและเหตุผล
            บริษัทที่ทำการผลิตหรือซื้อขายสินค้ามักจะมีคลังสินค้าสำหรับเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบ หรือเป็นตัวกลางในการถ่ายเทสินค้า การบริหารจัดการคลังสินค้า ต้องคำนึงถึงหลายๆปัจจัย ทั้งเงินทุน ความต้องการของลูกค้าภายในตลาด และยังต้องคำนึงถึงต้นทุนที่ต้องแบกรับจากการมีคลังสินค้าว่ามีความคุ้มค่าพอหรือไม่กับผลตอบแทนที่ได้รับ เมื่อคลังสินค้ามีความเกี่ยวข้องกับต้นทุนของทางบริษัท นั่นก็หมายรวมถึงเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของบริษัทได้เช่นเดียวกัน เพราะต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ไม่สามารถก่อให้เกิดผลในทางที่ดีแก่บริษัท ก็ส่งผลให้กำไรของทางบริษัทลดน้อยลงตามไปด้วย และถ้ากำไรที่ลดน้อยลงก็จะตามมาซึ่งปัญหามากมาย
2 วัตถุประสงค์
            1. นำทฤษฎีที่ได้เรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
2. เพื่อเสนอแนะส่วนของคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
3. มีประสบการณ์จากการเข้าไปปฏิบัติงานจริง
3 ขอบเขตของการศึกษา
            งานวิจัยนี้ทาการศึกษาในเรื่องคลังสินค้าของบริษัท ไดก้า (ไทย) จำกัด โดยทำการสำรวจที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซึ่งข้อมูลได้มาจากการเข้าไปตรวจเช็คสินค้าและสอบถามข้อมูลจากคนดูแลคลังสินค้า
4 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
-         ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การจัดการกลุ่มของกิจกรรมงานสำคัญของกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การแยกวัตถุดิบไปจนกระทั่ง
ถึงเสร็จสิ้นกระบวนการหรือถึงมือลูกค้าที่ใช้สินค้าจริงๆ ตลอดจนกระบวนการที่อยู่ระหว่างกลาง
-         การวัดประสิทธิภาพ (Supply Chain Measures)
-          การวางแผนการดาเนินงานคลังสินค้า
-          การหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover)
-          การแบ่งประเภทสินค้าคงคลังตามฐานกิจกรรม (ABC Analysis)
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ไม่ระบุ
5 วิธีการ/ขั้นตอนการวิจัย
1.       การจัดเตรียมการวิจัย ศึกษาเอกสาร ตำรำ ข้อมูล สภาพความสำคัญของปัญหา และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างเครื่องมือสำหรับเก็บ
รวบรวมข้อมูล
2.       การดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยนำเครื่องมือที่สร้างขึ้นจากขั้นตอนที่ 1 ในการตรวจสอบหาคุณภาพของเครื่องมือ เพื่อนำไปเก็บข้อมูลจากบริษัทที่
ทำการศึกษา พร้อมนำข้อมูลที่ได้มาตรวจสอบความถูกต้อง แปลผลและวิเคราะห์ข้อมูล
3.           รายงานผลการวิจัย จัดทาร่างรายงานการวิจัยและนาเสนอ เพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง และจัดพิมพ์พร้อมทั้งส่งรายงาน
6 ผลการวิจัย           
               แผนผังคลังสินค้า ควรนำรหัสเสามาใช้เป็นรหัสสินค้าเพื่อสะดวกในการแยกประเภท และตรวจสอบ ควรมีการปรับปรุงฐานข้อมูลอยู่เสมอ คลังสินค้า A และ C ใช้พื้นที่ไม่มากควรจัดให้อยู่ในคลังเดียวกันเพื่อลดค่าใช้จ่าย
               อัตราการหมุนเวียนของคลังสินค้า ของบริษัทอยู่ที่ 5.01 รอบ เพื่อทำให้การหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ทำได้ 2 ทาง คือ 1.เพิ่มยอดขาย ยิ่งเพิ่มยอดขายสินค้าที่มีต้นทุนสูงอัตราการหมุนเวียนสินค้าก็จะสูง 2.การลดจำนวนสินค้าในคลัสินค้า สินค้าคงคลังไม่ควรมรมากหรือน้อยเกินไป ถ้ามีมากบริษัทต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ในคลังสินค้า ต้นทุนจม การดูแลรักษา เป็นต้น ถ้ามีน้อยเกินไปก็ไม่มีสินค้าขาย เสียลูกค้าให้คู่แข่ง
               การแบ่งประเภทสินค้าคงคลังตามแบบฐานกิจกรรม ABC คลาส A มีการหมุนเวียนสูง ให้ผลประกอบการสูง คลาส B มีระยะเวลาในครั้งระยะหนึ่งก่อนถึงมือลูกค้า แต่ก็ไม่ควรมีมากเกินไปเช่น สินค้า 61 อยู่ในคลาส Bปริมาณขายอยู่ที่ 50 ชิ้นต่อปี แต่กลับมีสินค้าในคลังถึง 396 ชิ้น คลาส C เป็นสินค้าที่อยู่ในคลังนานที่สุด จึงไม่ควรสั่งครั้งละมากๆ เช่น สินค้า 55 มีในคลัง 877 หน่วย แต่ขายเพียง 50 หน่วยต่อปี สินค้า 28 มีในคลัง 1,328 หน่วย แต่ขายเพียง 125 หน่วยต่อปี
               การวิเคราะห์ความไว เมื่อทำการลดต้นทุนสินค้าในคลาส A และ C ลง 50%  สินค้าคลาส A อัตราการหมุนเวียน 5.83 การเปลี่ยนแปลง 0.83 สินค้าคลาส C อัตราการหมุนเวียน 6.28 การเปลี่ยนแปลง 1.27 คือ การลดสินค้าคงคลังคลาส C จะส่งผลให้อัตราหมุนเวียนเพิ่มขึ้นสูงกว่ากาลดสินค้าคงคลังในคลาส A ถ้ามองเพียงตัวเลขควรลดต้นทุนคลาส C   แต่ถ้ามองเรื่องต้นทุนในการบริหารจัดการไ การบริหารสินค้าคลาส A จะง่ายและสะดวกกว่า เนื่องจาก สินค้าคลาส A มีเพียง 3  ชนิดในขณะที่สินค้าคลาส C มีมากถึง 36 ชนิด โดยการลดต้นทุนสินค้าแต่ละตัวก็มีการสูญเสียต้นทุนในการบริหารจัดการเข่นเดียวกัน ซึ่งสินค้าแต่ละตัวจะมีการวางแผนงานที่แตกต่างกัน เพราะสินค้าแต่ละชนิดมีความแตกต่างทั้งขนาด ปริมาณ การดูแลรักษาหรือพฤติกรรมของสินค้า ทำให้การลดต้นทุนแต่ละชนิดสินค้าต้องทำไปทีละชนิด
7 ข้อจำกัดของกงานวิจัย/ข้อเสนอแนะ

               ไม่ระบุ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง